Mamy-Dady luv u more [CH:I]
posted on 30 Jan 2010 01:43 by luv-u-xiahjunsu
Title: Mamy-Dady luv u more
Chapter: I
Couple: ~YooSu~
Auhter: luv-u-xiahjunsu
….. I …..
“….. ~ แง๊ ~ ….. ~ แง๊ ~ ….. ~ แง๊ ~…..”
เสียงร้องไห้ดังระงม ยิ่งชัดเจนเมื่อสายฝนที่สดกระหน่ำด้านนอกหยุดตกแล้ว เสียงแผดร้องทำให้ร่างบางที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาอบอุ่น ต้องหงุดหงิดเมื่อถูกกระชากจากฝันหวาน พลิกตัวไปมาอย่างขัดใจก่อนจะคว้าเอาหมอนมาปิดหูด้วยความเคยชิน ความอบอุ่นใต้ผ้าห่มนั้นพาให้ดำดิ่งลงสู่นิทรารมย์อันแสนหวานอีกครั้ง
“….. ~ แง๊ ~ ….. ~ แง๊ ~ ….. ~ แง๊ ~…..” เสียงเล็กๆยังคงแผดร้องน่าสงสาร ดังลอดไปให้ร่างสูงใหญ่เจ้าของห้องข้างๆให้ได้ยิน ชายหนุ่มขยับตัวไปมาเพื่อขับไล่ความเมื่อขบเมื่อหญิงสาวร่างเพรียวลีลาจัดจ้านที่เขา ควงมาเป็นคู่นอนในคืนนี้นอนเบียดซะจนขยับไปไหนไม่ได้ ส่งเสียงครางออกมาอย่างรำคาญ ทั้งหญิงสาวข้างกาย และเสียงร้องไห้งอแงของเด็กน้อย ความรู้สึกรำคาญคู่นอนทุกคนหลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันเร่าร้อนนั้นเป็นผลให้ห้องนี้ไม่เคยได้ต้อนรับผู้หญิงซ้ำหน้ากันเลยซักครั้ง ร่างสูงขยับตัวออกอย่างรำคาญ ขยับห่างออกมาเพื่อจะนอนหลับอย่างสบายใจ หากแต่เสียงร้องไห้จ้ายังคงดังให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง จนต้องฝืนใจลุกออกไปหาต้นตอความรำคาญ จุดหมายก็คือห้องข้างๆ ที่คาดว่าเสียงน่ารำคาญนั้นต้องมาจากห้องของเพื่อนตัวเล็กข้างห้องเป็นแน่
“….. ~ แง๊ ~ ….. ~ แง๊ ~ ….. ~ แง๊ ~…..”
เสียงร้องไห้แผดจ้ายังไม่มีวี่แววว่าจะหยุดลง ทำให้คนที่นอนหลับสบายอยู่ในห้องทั้งสองเริ่มทนไม่ไหว ร่างเล็กเจ้าของห้อง 331 กระเด้งตัวลุกขึ้น
"โว้ย......!! อะไรวะเนี่ย ไอ้ปาร์คมันพาผู้หญิงมานอนจนมีลูกกันเลยรึไงเนี่ย” ร่างเล็กสบถเสียงดังถึงคู่กรณีห้องข้างๆอย่างไม่สบอารมณ์
“ลูกมันคอแตกตายแล้วมั้ง ปล่อยให้ร้องอยู่ได้ไม่เงียบซักที” ร่างเล็กตะโกนเสียงดังอย่างอยากระบายความหงุดหงิด หมายจะออกไปเคาะประตูห้องข้างๆ แต่ก็ต้องชะงักตกใจเมื่อเปิดประตูออก
ร่างสูงใหญ่เจ้าของห้อง 329 เปิดประตูออกมาทั้งที่พันผ้าเช็ดตัวแค่ช่วงล่าง สีหน้าตกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเจอคู่กรณีที่กำลังจะไปเคาะประตูถาม เสียงร้องไห้จ้าดังชัดเจนมากขึ้นเมื่อทั้งคู่เปิดประตูออกมา ทำให้ทั้งสองมั่นใจว่าจะต้องออกมาจากห้องของฝ่ายตรงข้ามแน่ๆ
“ยูชอน!!”
“จุนซู!!”
ต่างฝ่ายต่างกำลังจะอ้าปากเปิดศึกใหญ่กลางดึก แต่หางตาของยูชอนพลันเหลือบเห็นตะกร้าปริศนาที่มีสิ่งมีชีวิตตัวน้อยต้นตอของเสียงร้องนั้นเข้าเสียก่อน
“เฮ้ย...!!” ยูชอนส่งเสียงร้องอย่างตกใจ ทำหน้าตาเหวอจนลืมมาด กริยาแบบนี้น้อยนักที่จุนซูจะได้เห็น ร่างเล็กมองอาการแปลกๆของเพื่อนข้างห้อง ก่อนจะมองตามสายตาของร่างสูงไป
“เฮ้ย...!!” จุนซูส่งเสียงร้องออกมาไม่ต่างจากยูชอน ความสงสัยในท่าทางของยูชอนหมดไปเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า ตะกร้าหวายธรรมดาๆแต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาก็เห็นจะเป็นห่อผ้าเล็กๆสีขาวสะอาดที่ห่อหุ้มทารกตัวน้อยร้องไห้เสียงดัง ใบหน้าน้อยๆนั้นแดงก่ำจนน่าสงสาร
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้สองคนตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่ความรู้สึกเบื้องลึกเสียงร้องไห้จ้านั้นสั่งให้ทำอะไรซักอย่างให้เด็กน้อยนั้นหยุดร้องไห้ ไวกว่าความคิดจุนซูก้มลงช้อนร่างน้อยๆของทารกขึ้นมาอุ้มไว้อย่างเงอะงะ ถึงกระนั้นก็ยังพยายามโอบอุ้มเด็กน้อยให้ดูปลอดภัยที่สุด ทารกตัวน้อย ยังคงร้องไห้ไม่หยุด
“ทำไงดีล่ะ ยังไม่หยุดร้องเลยยูชอน” จุนซูเงยหน้าขึ้นถามร่างสูงคู่กรณีที่ยังยืนตาค้างกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“คะ..คงจะหิวนมมั้ง อะ..เอานมให้กินสิ” ละล่ำละลักตอบไปเพราะคิดได้แค่นั้น ยูชอนหันรีหันขวางอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร ก้มลงหาขวดนมในตะกร้าแต่ก็ไม่พบ
“ไม่มี!! ทำไงดีเนี่ย” ยูชอนรำพึงรำพัน สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พอดีกับที่เพื่อนหญิงที่ควงมาเป็นเพื่อนนอนในคืนนี้เดินสะลึมสะลือออกมาจากห้องเพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายทั้งเสียงเด็กร้องไห้น่ารำคาญ
“ยูชอนขา ... มีเรื่องอะไรกันคะเนี่ย เสียงดังเชียว” เสียงหวานบาดหูที่ปรุงแต่งมาอย่างดีเอ่ยถามทำท่าว่าจะเข้าไปโอบคอเจ้าของห้องหากแต่ถูกปัดป้องเสียงก่อน จุนซูหันหน้ามองพลางฉักยิ้มกว้าง
“จริงสิ เด็กหิวนม ให้กินนมแฟนของนายได้มั้ยยูชอน” จุนซูเอ่ยถามน้ำเสียงสดใสขึ้นมามาก ใบหน้านั้นราวกับจะบ่งบอกว่าปัญหาใหญ่ร้ายแรงของโลกใบนี้หาทางแก้ไขได้แล้วก็ไม่ปาน
“นี่ไม่ใช่แฟนฉันนะจุนซู แต่เอาเถอะยังไม่ใช่เวลาอธิบายตอนนี้” ยูชอนเอ่ยบอกอย่างร้อนรน ไม่ชอบเลยจริงๆที่เพื่อนตัวเล็กข้างห้องนี่ต้องเหมาว่าใครต่อใครที่อยู่กับเค้าเป็นแฟนไปทุกราย แต่ยูชอนคิดว่าจะสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้ทีหลังปัญหาใหญ่กว่ากำลังรอการแก้ไข
“ได้มั้ย?... เอ่อ... คุณ... ชื่ออะไรนะ?” ยูชอนหันไปขอความเห็นจากหญิงสาวที่ตอนนี้ใบหน้าสวยราวกับนางฟ้านั้นกลายเป็นนางมารร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากร่างยูชอนออกเป็นชิ้นๆ
“เยริน ค่ะ” หญิงสาวกระชากเสียงตอบอย่างหงุดหงิด “นี่คุณไม่จดจำแม้กระทั่งชื่อกันเลยเหรอเนี่ย บ้าที่สุดเลย”
“นั่นแหละ เยริน คุณให้เด็กกินนมหน่อยได้มั้ย จะได้หยุดร้องซักที” ยูชอนที่ไม่สะทกสะท้านกับคำตัดพ้อของฝ่ายหญิง กลับถามคำถามที่ไม่ควรถามที่สุดออกไปด้วยสีหน้ามีความหวังอย่างที่สุด ถ้าหากเป็นเรื่องอื่นในสถานการณ์อื่นล่ะก็ ยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นว่ามีหญิงสาวอีกมามายที่พร้อมจะทำตามคำบัญชาของเขา หากแต่ไม่ใช่ตอนนี้ และในสถานการณ์นี้
“คุณจะบ้าเหรอ ใครจะไปมีนมให้เด็กกินกันเล่า นี่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่กันแน่เนี่ย” หญิงสาวตะวาด ออกมาอย่างไม่ห่วงภาพพจน์
“อ้าว...ก็คุณเป็นผู้หญิงนี่ครับ” จุนซูบอกไปอย่างหน้าตาใสซื่อในแววตาใสออกจะส่งสายตาตำหนิไปให้เล็กน้อย ทำไมถึงไม่มีน้ำใจเลยแค่ให้เด็กกินนมหน่อยก็ไม่ได้ จะหวงไปทำไมกัน
“นี่นาย ถึงฉันจะเป็นผู้หญิงแต่ก็ไม่ได้มีลูกนี่ยะ จะมีนมให้เด็กกินได้ยังไงกันละ ถามจริงเหอะได้เรียนหนังสือมาบ้างหรือเปล่าเนี่ย โอ๊ย...!! โง่เง่าที่สุดเลย ไม่อยู่แล้วเสียอารมณ์ หล่อก็หล่ออยู่หรอกแต่โง่อย่างนี้ก็ไม่ไหวหรอกนะปาร์ค ยูชอน พอกันที” หญิงสาวตะโกนใส่อย่างหงุดหงิดก่อนจะสะบัดตัวเข้าห้องไปแต่งตัวแล้วกลับออกมาพร้อมกระเป๋าใบเขื่องเดินกระทืบเท้าหนักๆผ่านหน้าสองหนุ่มผู้ยังยืนงงกันอยู่
“เดี๋ยวสิคุณ จะรีบไปไหน” ยูชอนรู้สึกตัวเมื่อหญิงสาวเดินเกือบจะลับตาไป ไม่ใช่เพราะเสียดายหรือเสียใจ หากแต่ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขทำให้เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี ความหวังที่มีก็มาเดินจากไปเสียแล้ว “แล้วจะทำไงดีล่ะเนี่ย” ยูชอนรำพึงรำพันเหมือนจะถามความเห็นเพื่อนข้างห้องที่ตอนนี้ดวงตาเล็กๆนั้นเอ่อคลอไปด้วยน้ำใสที่พร้อมจะหลั่งไหลออกมาได้ทุกเมื่อ สงสัยจะยังช็อคไม่หาย เกิดมาคงไม่เคยโดนด่าแรงขนาดนี้
“อะ...เอ่อ... ลูกใครก็ไม่รู้เนอะ สงสัยพ่อแม่คงลืมไว้ เดี๋ยวก็คงกลับมาหาล่ะมั้ง” ยูชอนเอ่ยอกไปอย่างสิ้นคิด อยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ซะจริงๆ ให้ตายสิ
“จะบ้าเหรอยูชอน ใครที่ไหนเค้าจะลืมลูกไว้หน้าประตูห้องคนอื่นแบบนี้ เค้าเอามาทิ้งต่างหากล่ะ โง่จริงๆเลย” จู่ๆจุนซูก็แสดงความคิดเห็นออกมาอย่างเผ็ดร้อน
“ถูกทิ้งเหรอ.. งั้นนายก็ต้องรับเลี้ยงเด็กคนนี้เหรอจุนซู ก็เค้ามาทิ้งไว้หน้าห้องนาย” ยูชอนถามออกมาซื่อๆ ในใจก็คิดสงสารเพื่อนตัวเล็ก ก็ที่เอามาทิ้งไว้ใช่ลูกหมาลูกแมวที่ไหน ลูกคนชัดๆ
“หึๆ...” จุนซูหัวเราะหึๆ ยูชอนสาบานได้ว่าไม่เคยเห็นจุนซูน่ากลัวอย่างนี้มาก่อน สัญชาตญาณหรืออะไรบางอย่างบ่งบอกให้ยูชอนรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย
“ฉันคนเดียวซะที่ไหนล่ะยูชอน แหกตาดูซะบ้างสิว่าตะกร้ามันวางทิ้งไว้ตรงกลางระหว่างห้องนายกับห้องฉัน แต่อันที่จริงมันออกจะค่อนไปทางห้องนายด้วยซ้ำไป คนรับผิดชอบมันควรจะเป็นนายมากกว่านะ ว่ามั้ย” จุนซูรีบเอ่ยแจ้งแถลงไขก่อนจะโดนเอาเปรียบอย่างบริสุทธ์ใจจากเพื่อนข้างห้อง
“อะ...เหรอ...ห๊า...อะไรนะ จะบ้ารึไงล่ะ ฉันเลี้ยงเป็นที่ไหนล่ะ” ยูชอนเอ่ยเถียงอย่างตกใจสุดขีด
“แล้วนายคิดว่าฉันเลี้ยงเป็นรึไง” จุนซูเถียงกลับอย่างไม่ลดละ เรื่องอะไรจะมาปัดความรับผิดชอบให้กันง่ายๆล่ะ ไม่มีทางซะล่ะ ทารกตัวน้อยร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิมไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสาเหตุก็มาจากชายหนุ่มสองคนที่ยืนเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใครยามดึกดื่นเช่นนี้
“เฮ้ย! เด็กร้องไห้ใหญ่เลย ทำไงดีล่ะทีนี้ นายพาเด็กเข้าไปในห้องก่อนไปจุนซู ร้องดังขนาดนี้เดี๋ยวเค้าก็พากันตื่นหมดตึกหรอก” ยูชอนตัดสินใจเผชิญกับปัญหา อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
“ได้ไงล่ะ นายก็ต้องช่วยฉันดูสิ นี่นายคิดจะชิ่งหนีรึไงเล่า”
“ไม่ได้หนี นี่นายหัดมองฉันในแง่ดีบ้างไม่ได้รึไงฮะ จะเข้าไปใส่เสื้อผ้า หรือว่าจะให้เข้าไปทั้งอย่างนี้ก็ได้นะ” ยูชอนเอ่ยถามยิ้มๆ เจ้าตัวเล็กนี้น่าแกล้งจริงๆเลย
“ก็ได้ๆ แต่ถ้าอีกห้านาทีนายยังไม่โผล่หน้ามาให้ฉันเห็นล่ะก็ ฉันจะตามล่านายให้พลิกแผ่นดินเลยคอยดู” จุนซูเอ่ยบอกสีหน้าจริงจัง แต่ยูชอนกลับมองว่าน่าขำเสียมากกว่า น่ากลัวตายล่ะ
จุนซูยอมกลับเขาห้องไปแต่โดยดี ในอ้อมกอดยังมีทารกตัวน้อยยังร้องไห้จ้าไม่ยอมหยุด ฝ่ายยูชอนที่กลับเข้าห้องไปใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็เหลือบมองนาฬิกาบนผนังห้อง ยังไม่ถึงห้านาที ก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจตัวเอง แล้วทำไมต้องไปฟังคำสั่งของจุนซูด้วยล่ะเนี่ย ส่ายหัวกับความคิดของตัวเองอีกครั้งก่อนจะเดินออกจาห้องไปยังห้องข้างๆ ไม่ลืมที่จะคว้าตะกร้าเจ้าปัญหาที่วางทิ้งไว้หน้าห้องเข้าไปด้วย ก็นึกค่อนขอดอยู่ในใจ จะเอามาทิ้งก็วางให้มันเยื้องไปทางห้องข้างๆหน่อยก็ไม่ได้นะ
ยูชอนเปิดประตูห้องเข้าไปเสียงร้องไห้ยังดังอยู่ไม่หยุด ยูชอนเดินตามเสียงร้องเข้าไปประตูห้องนอนของเจ้าของห้องถูกเปิดทิ้งไว้ เมื่อเห็นภาพตรงหน้ายูชอนก็แทบอยากจะหันหลังกลับเสียเดี๋ยวนั้น จะไหวไหมเนี่ย ยูชอนยืนมองเพื่อตัวเล็กนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ทั้งๆที่ยังอุ้มทารกตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด ในใจก็กำลังคิดสับสนว่ามันน่าหงุดหงิดหรือจะขำออกมาดี
“จุนซู นี่นายร้องไห้ทำไมเนี่ย” ยูชอนเอ่ยถามออกไปในที่สุด น้ำเสียงกึ่งจริงจังกึ่งขบขันนั้นไม่เป็นที่สนใจของจุนซูเลยแม้แต่น้อย เจ้าของห้องเงยหน้าเปรอะเปื้อนน้ำตาขึ้นมามองผู้มาเยือน ในใจยูชอนกำลังคิดว่า‘จุนซูอายุ 20 กว่าแล้วจริงๆเหรอเนี่ย’
“ก็เด็กนี่ร้องไห้ไม่ยอมหยุดเลย ยูชอน ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เมื่อยก็เมื่อย จะวางก็ไม่กล้า” จุนซูเอ่ยบอกทั้งน้ำตา อ้อมแขนเล็กก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะโอบอุ้มร่างน้อยๆนั้นให้ปลอดภัย
“แล้วจะทำไงต่อดีล่ะยูชอน”
“ก่อนอื่นก็ต้องทำให้หยุดร้องไห้ให้ได้ก่อน”
“จะทำอะไรก็รีบทำมาเถอะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว”
“ก็ส่งมาให้ฉันอุ้มสิ มา..” ยูชอนเสนอความช่วยเหลือ พลางยื่นแขนออกไปจะรับเจ้าตัวปัญหามาอุ้ม แต่จุนซูกลับเบี่ยงตัวหนี
“จะบ้าเหรอยูชอน นายอุ้มเป็นรึไงเล่า เดี๋ยวทำตกขึ้นมาจะว่าไง”
“ก็แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ บ่นว่าเมื่อยก็จะช่วยอุ้ม แต่ก็ไม่ให้อุ้ม”
“นายก็คิดสิว่าทำยังไงให้หยุดร้องไห้สักที” จุนซูเอ่ยเถียงทั้งยังสะอึกสะอื้น แต่ยูชอนก็ยังคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี เกิดมาก็ไม่เคยจะเจออะไรอย่างนี้มาก่อน ไม่คิดอยากจะเจอด้วยซ้ำไป
“เอ่อนี่.. จุนซู นายก็ให้เด็กกินนมนายไปก่อนสิ แก้ขัดไปก่อน อาจจะได้ผลนะ”
“จะบ้าเหรอยูชอน กินหญ้าเป็นอาหารรึไงฮะ คิดรึยังก่อนพูดเนี่ย ขนาดแฟนนายเป็นผู้หญิงนมตู้มขนาดนั้นยังไม่นมให้เด็กกินเลย แล้วฉันเนี่ยเป็นผู้ชายนะ ผู้ชาย จะมีได้ยังไงกัน” จุนซูระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเก็บไม่อยู่
“ก็บอกว่าไม่ใช่แฟนๆ แต่ก็ช่างเถอะค่อยเตือนนายวันหลังแล้วกัน แต่ตอนนี้ฉันก็คิดออกแค่นี้แหละว่าให้นายลองให้เด็กกินนมดูก่อน เผื่อว่าอาจจะเงียบลงบ้างก็ได้มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่ แล้วพรุ่งนี้เราค่อยไปสถานีตำรวจกันเรื่องจะได้จบๆ” ยูชอนพยายามยกเหตุผลขึ้นมาประกอบ ใบหน้าตึงเครียดของจุนซูนั้นแปรเปลี่ยนเป็นขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก้มมองก้อนผ้าน้อยๆในอ้อมกอดก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างไม่มีทางเลือก
“ลองดูก็ได้ คงดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ยูชอนปลดกระดุมให้หน่อยสิ” จุนซูเงยหน้าขึ้นมาบอก กลับทำเอายูชอนขนลุกซู่
“ฮะ!! บ้ารึเปล่าจุนซู ให้ฉันปลดกระดุมให้นายเนี่ยนะ”
“ก็แหกตาดูซะมั่งสิว่ามือว่างที่ไหน ก็แค่ปลดกระดุมให้เม็ดสองเม็ดเนี่ยมือนายจะเป็นนง้อยรึไงฮะ” จุนซูระเบิดอารมณ์อย่างเก็บไม่อยู่ ทำให้ยูชอนต้องรีบปรี่เข้ามาช่วยปลดกระดุมให้ มือใหญ่สั่นน้อยๆเมื่อพยายามปลดกระดุมชุดนอนของจุนซู อดแปลกใจไม่ได้เมื่อแวบนึงของความคิดเขารู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าครั้งแรกที่เริ่มความสัมพันธ์กับผู้หญิงซะอีก
ยูชอนละมือที่ยังสั่นไม่ยอมหยุดออกมาเมื่อปลดกระดุมและแหวกสาบเสื้อให้กว้างขึ้นเป็นของแถม จุนซูประคองทารกน้อยในอ้อมกอดที่ร้องไห้งอแงให้ปากน้อยๆที่อ้าออกนั้นได้ครอบครองติ่งเนื้อข้างหนึ่ง
“อ๊า.................” จุนซูร้องครางเสียงหลงทันทีที่ปากน้อยๆนั้นเริ่มขยับดูดดึงจนเกือบจะหลุดมือปล่อยห่อผ้าในอ้อมกอด
“เป็นอะไร จุนซู!!” ยูชอนหันมาถามอย่างตกใจ พลางกระโจนเข้าไปใกล้ๆ
“อ๊า........... ยูชอน ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว อื้อ............ มันจั๊กจี้น๊า.......” เสียงแหบสั่น ใบหน้าชื้นเหงื่อสบัดไปมา น้ำตาคลอรื้นอย่างสุดกลั้น เมื่อทารกน้อยนั้นขยับปากเล็กๆจะดูดกินตามสัญชาติญาณ และเมื่อไม่มีน้ำนมออกมาปากน้อยๆนั้นก็เหมือนจะเพิ่มอานุภาพความพยายามขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เหงือกที่ไม่มีฟันพยายามขบกัด ถึงแม้จะไม่เจ็บแต่ก็มากพอที่จะทำให้จุนซูขนลุกไปทั้งตัว
“ยะ...ยูชอน ฉันไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว นะ...” จุนซูเอ่ยบอกทั้งนน้ำตา พลางรั้งเจ้าตัวเล็กออกให้ออกห่างจากอก ในชั่วพริบตาเมื่อปากเล็กๆนั้นผละออกจากการครอบครองก็กลับไปร้องให้โยเยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีจุนซูร้องไห้เป็นเพื่อนไปด้วย ทั้งจุนซูและทารกตัวน้อยพากันร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย ยูชอนที่ยืนมองดูก็อยากจะระเบิดตัวเองตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“เฮ้!! จุนซู อย่าร้องไห้สิ เงียบก่อน” ยูชอนพยายามจะปลอบเพื่อนตัวเล็กอย่างจนปัญญา
“นายก็พูดได้สิ ทำไมนายไม่มาลองเองล่ะจะได้รู้” เสียงเล็กๆตวาดออกมาทั้งน้ำตานองหน้า
“ฉันเข้าใจ จุนซู แต่แค่ทนอีกนิดเดียว ให้เด็กหลับก่อน แล้วเราจะได้คิดหาวิธีอื่นกันไง นะ” ยูชอนพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ให้จุนซูเย็นลง ถ้อยคำหว่านล้อมต่างๆ นาๆ เริ่มทำให้จุนซูลังเล
“ก็จริงของนายนะ แต่ว่านายไม่อยากลองให้นมเด็กดูบ้างเหรอ? ฉันเมื่อยแล้วนะ” จุนซูเอ่ยถามหน้าตาซื่อๆ ทำเอายูชอนแทบวิ่ง แต่สายตาเว้าวอนนั้นก็อดใจอ่อนไม่ได้จริงๆ
“ช่วยอุ้มอย่างเดียวได้มั้ย แต่ให้เด็กกินนมนายนะ” ยูชอนพยายามต่อรองอย่างถึงที่สุดจนจุนซูยอมพยักหน้า ก่อนจะยื่นแขนออกไปรับทารกตัวน้อยที่ยังร้องไห้ไม่หยุดมาอย่างทุลักทุเล
“ถึงแม้จะอุ้มเด็กในท่าทางที่แปลกตาอยู่บ้าง แต่ก็พยายามอย่างยิ่งยวดที่สองมือจะประครองร่างน้อยๆนั้นให้ปลอดภัย ก่อนจะนั่งลงบนเตียงข้างจุนซู ยูชอนรู้สึกดีอย่างประหลาดเมื่อมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆนี้อยู่ในอ้อมกอด ความรู้สึกอยากจะปกป้องดูแลที่เกิดขึ้นมาในใจ ยูชอนก้มมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายและสับสนปนเปกันไปหมด
“ยูชอนนายยื่นแขนออกมาหน่อยสิ แล้วฉันจะให้เด็กกินนมยังไงล่ะกอดซะแนบอกขนาดนั้นน่ะ”
“ก็ฉันกลัวหลุดมือนี่นา นายก็เขยิบเข้ามาหาเด็กหน่อยสิ” ยูชอนบอกอย่างไม่ทันคิด แล้วก็รู้ว่าทำผิดอย่างมหันต์เมื่อจุนซูโน้มตัวเข้ามาใกล้ เอาคางเกยใหล่ของยูชอนไว้เพื่อให้ทารกตัวน้อยกินนมได้สะดวกขึ้น เมื่อติ่งใตแข็งขึงจากการดูดดึงเมื่อก่อนหน้านี้แตะเข้ามาใกล้ปากน้อยๆนั้นก็รีบไขว่คว้าเอาไว้ ทั้งดูดดึงและขบกัดหนักยิ่งกว่าเดิม จุนซูร้องครวญครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ สองมือเกาะยึดใหล่หนาเป็นที่พึ่ง เสียงครวญครางหวานแผ่วอยู่ข้างหูทำเอายูชอนชักจะหายใจติดขัด ไม่อยากจะคิดอกุศล แต่ส่วนกลางลำตัวของผู้ชายสุขภาพดีมันแข็งขึงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ คู่นอนแต่ละคนที่ผ่านมา ปาร์คยูชอนไม่เคยมีอารมณ์เพราะแค่ได้ยินเสียงครางอย่างนี้มาก่อนเลยให้ตายสิ
“อื้อ...... ยูชอน อ๊า........ ไม่ไหวแล้วนะ ยู..อ๊า..... ยูชอน” จุนซูครางหนักยิ่งขึ้นเมื่อปากน้อยๆนั้น เพิ่มแรงดูดดึงอย่างมหาศาล ยูชอนได้แต่ข่มอารมณ์ตัวเองในใจ ‘อย่าเรียกชื่อฉัน จุนซู อย่าครางแบบนั้นแล้วเรียกชื่อฉัน เดี๋ยวนายจะไม่ปลอดภัย ผู้ชายก็ผู้ชายเถอะ’
ยูชอนได้แต่พยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองอย่างหนักจนลืมสังเกตุไปว่าเสียงครางของจุนซูนั้นเงียบหายไปนานแค่ไหนแล้ว แต่กลับเพิ่มแรกหนักๆกดทับไปบนบ่าแกร่ง ยูชอนสะดุ้งหลุดออกจากวังวนแห่งความคิดของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงจ๊อบแจ๊บอยู่ติดข้างหู อะไรบางอย่างนุ่มๆยุ่นๆขยับชิดติดใบหูทำเอาขนลุกซู่ ยูชอนนั่งประเมิณสถานการณ์อยู่ครู่ใหญ่ก็แทบจะกรีดร้องให้ลั่นตึก ‘หลับ!!!’ ไอ้ตัวเล็กมันหลับ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ คนหนึ่งหลับคาอก อีกคนซบคาใหล่ ปาร์คยูชอนผู้หน้าสงสาร อ๊ากก...!! จะรอดมั้ยเนี่ย~~~~
To Be Con.